MyOriginalFiction

2006/May/12

Pink Hyacinth

ตอนที่ 2

พอล ไม่ห่มผ้าเดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก ผมเตือนเขาแล้วก็เอาผ้าห่มที่เขาถีบมากองที่เท้าห่มให้ พอลบิดตัวอย่างเกียจคร้านใต้ผ้าห่มแล้วหรี่ตามองผมอย่างยั่วยวน เล่นเอาผมแทบสำลักน้ำที่กำลังดื่มอยู่ คนคนนี้ทำไมถึงได้ชอบทำตัวแบบนี้นะ เขาให้ความรู้สึกที่น่าตีและน่าจูบในเวลาเดียวกัน

รักใครสักคนจนอยากจะร้องไห้...คุณเคยเป็นไหม

ผมรีบดื่มน้ำให้เสร็จ ใครล่ะอยากจะพลาดคำเชื้อเชิญของพอล แม้ว่าเราเพิ่งจะมีอะไรกันไปเมื่อครู่นี้เอง รสสัมผัสยังไม่ทันจางเลยด้วยซ้ำ แต่ผมก็กระโจนเข้าหาเขาเหมือนแมงเม่าที่ยินดีบินเข้ากองไฟ พอลร้อนแรงอยู่เสมอ แต่ผมลืมไปว่านี่ตาของเขา เพราะเราเล่นกันอย่างแฟร์ๆ มาตั้งแต่ครั้งแรก มันเป็นกฎที่ผมต้องยอมทำตาม ครั้งแรกของนาย ครั้งที่สองของฉัน กฎที่พอลตั้งขึ้นมาเองเพราะไม่อยากเสียเปรียบในกรณีที่เรามีอะไรกันสองครั้งติดไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายเริ่มก็ตาม ผมอยากจะร้องออกมาดังๆว่า พระเจ้าช่วย เมื่อเขาพลิกตัวขึ้นคร่อมผม

พอล! พรุ่งนี้ฉันต้องออกไปข้างนอกแต่เช้า ผมร้อง พยายามดิ้นโดยมีความหวังน้อยนิดว่าเขาจะปราณี แต่พอลที่รักของผมก็งับเข้าให้ที่ซอกคอเบาๆ เป็นเชิงขู่ให้หยุดดิ้น ผมจึงต้องจำยอมไม่ใช่เพราะว่ากลัวพอลงับคอขาด แต่เพราะว่าสายตาดุๆของเขาต่างหาก

นิ่งๆนะเด็กดี พอลล้อเลียนผมอย่างโหดร้าย แล้วก็จูบผมก่อนจะหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข สิ่งเดียวที่ผมพอจะทำได้คือนอนร้องไห้กระซิกและร้องขอพอลปากซีดตัวสั่นว่า อย่าทำเลย ราวกับว่าเขาเป็นผู้ร้ายข่มขืนนั่นแหละเขาถึงจะหยุด แต่ใครล่ะจะยอมแพ้ ในเกมแห่งรัก เมื่อคุณอยู่กับพอลอีกข้อคือ อย่าแสดงว่าคุณอ่อนแอทั้งๆที่คุณไม่ คนที่ยอมถอยทั้งๆที่ยังไม่ได้สู้ดูไม่มีศักดิ์ศรีเอาเสียเลยในสายตาของพอล ผมเลยดึงเขามาจูบเขาอย่างดูดดื่มและไม่ยอมให้เขาถอยออกไปจนกว่าผมจะพอใจ พอลมองผมอย่างร้ายๆ เขารู้แล้วว่าผมไม่ยอมเป็นเด็กดีของเขาแน่ เขาคำรามในคอเบาๆ และแล้วเกมของเราก็เริ่มอีกครั้ง

เกมครั้งแรกของเราเริ่มต้นขึ้นในวันฝนตก ท้องฟ้ามืดครึ้ม ลมแรงโหมกระหน่ำ บรรยากาศราวกับหนังผี ไม่น่าจะเป็นวันที่เหมาะสำหรับจะพบคู่แท้ คู่รัก หรือเนื้อคู่แต่ชาติปางก่อน แม้แต่กิ๊ก ก็ยังไม่อยากจะออกมาพบกันวันนี้เลยด้วยซ้ำ ผมนั่งอยู่ข้างกระจกด้านหน้าร้าน ผมมักจะนั่งตรงนี้เสมอเพราะผมชอบมองออกไปดูคนที่เดินผ่านไปผ่านมาอยู่ข้างนอก ร้านนี้เป็นร้านโปรดของผม เป็นร้านเล็กๆที่ชื่อว่า <b>Found</b> เป็นร้านเบเกอรี่กึ่งบาร์ แปลกดี เป็นร้านที่เจ้าของค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเองเปิดร้านเอาตามใจชอบ เขาแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกร้านเปิดตอนบ่ายๆ มีกาแฟหอมๆ โกโก้กลิ่นยั่วยวน รวมไปถึงเค้กอร่อยๆและขนมปังชนิดต่างๆ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้หญิงวัยรุ่นแล้วก็ปิดตอนหกโมง เปิดใหม่ตอนสองทุ่มถึงเที่ยงคืน ตกกลางคืนเป็นเวลาของผู้ใหญ่ มีวงดนตรีบรรเลงผลัดเปลี่ยนกันไป

บรรยากาศของร้านดูดี คนที่มาในร้านก็ดูดี คนไม่ค่อยมาที่ร้านนี้นัก ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำ ควิน เจ้าของร้านคุ้นเคยกับผม เขาเคยเสนอให้ผมไปนั่งข้างในบูทมุมห้องส่วนตัวแต่ผมก็ไม่เอา นั่งคนเดียวเงียบๆในมุมห้องงั้นเหรอ ไม่ล่ะ ผมไม่ได้เป็นคนสันโดษและต้องการความสงบอะไรขนาดนั้น

ฝนตกเสียงดังจนน่าหนวกหู อากาศข้างนอกคงหนาวน่าดู หนำซ้ำน้ำก็ท่วม คนที่อยู่ข้างนอกก็ซวยไป เปียกแน่ๆ ร่มก็เอาไม่อยู่ แต่ไหนแต่ไรร่มเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่เคยกันฝนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว แต่เราก็ยังใช้มันอยู่ไม่รู้ทำไม ผมมองผู้ชายใส่ชุดสูทวิ่งหน้าตั้งเอาแฟ้มเอกสารปิดหัวแล้วก็ขำ ปิดแค่หัวมันจะช่วยอะไรได้นะ ทั้งๆที่ตัวของเราก็ชุ่มโชกยังไงก็เป็นหวัดได้เหมือนกัน นึกในใจตอนนี้ในรองเท้าหมอนั่นต้องชุ่มโชกไปด้วยน้ำจนอยากจะถอดทิ้งแล้ววิ่งเท้าเปล่ากลับบ้านเป็นแน่

ผมมองคนที่วิ่งเข้ามาหมายจะใช้ร้านนี้เป็นที่พึ่งแต่ก็ต้องหน้าเสียเมื่อเห็นว่าร้านยังไม่เปิด รู้สึกผิดนิดหน่อยที่มานั่งยั่วอยู่ตรงข้างหน้าต่าง ซึ่งทำให้คนอื่นเกิดความหวัง เลยได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆไป เมื่อควินไม่ยอมเปิดให้ใครเข้ามาแม้แต่น้อย เขาบอกกับผมเมื่อยกกาแฟร้อนๆมาให้ ว่าเขาขี้เกียจเช็ดน้ำที่เลอะเทอะ อีกทั้งยังเตรียมร้านไม่เสร็จ ตอนนี้หมดเวลาของร้านเบเกอรี่แล้ว เขาทำงานอยู่กับลูกน้องผู้ชายสองคนชื่อ แอนโธนี กับ ฮาร์เลย์ ที่ผมมักจะเห็นแวบไปแวบมาอยู่ด้านหลังร้านเสียมากกว่า ผมไม่ค่อยได้คุยกับทั้งสองนัก แต่ทั้งคู่ก็จัดว่าหน้าตาค่อนข้างดีทีเดียว

ถึงผมจะเพิ่งย้ายมาไม่นานแต่ก็เข้ากับ ควิน และคนแถวนี้ได้ค่อนข้างรวดเร็ว ควินเคยบอกว่าเป็นเพราะผมมีบุคลิกที่แปลก เหมือนคุณหนูอยากซ่า เขาว่างั้น เขาอธิบายเพิ่มเติมเมื่อเห็นผมทำหน้างง เขาว่าผมดูติดสำอางเหมือนลูกผู้ดี แต่ในขณะเดียวกันผมก็ดูซ่อนความกระหายในการแข่งขันเหมือนนักเลงเอาไว้ เมื่อผมถามต่อว่ายังไงกัน เขาก็หัวเราะหึๆ แล้วก็เลี่ยงเดินไปหาโต๊ะอื่นปล่อยให้ผมขบกับคำพูดของเขา

ผมกำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ จนต้องสะดุ้งเมื่อกระดิ่งหน้าประตูดังแล้วร่างร่างหนึ่งก็ถลันเข้ามาด้วยเนื้อตัวเปียกซก เขาแบกเป้ใบใหญ่เหมือนพวกแบ็คแพกเกอร์ เขาใส่เสื้อยืดสีแดงราคาถูกซึ่งเห็นได้จากการที่มันสีตกใส่กางเกงยีนส์ของเขา เจ้าตัวถอดรองเท้าผ้าใบที่ชุ่มโชกออกเทน้ำลงกับพื้น น้ำไหลจ๊อกจนมาถึงเท้าผม แล้วก็วางหรืออีกนัยหนึ่งคือทุ่มเป้ลงอย่างหมดแรง นายคนนี้ช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลย ผมคิด ชายคนนั้นสบถเมื่อเห็นกางเกงของตัวเองมีรอยเปื้อนสีชมพูจางๆ เขาเลิกเอาชายเสื้อมาบิดเผยให้เห็นกล้ามท้องที่เป็นลอนสวย เมื่อเขาเงยหน้าปาดผมสีทองกระจ่างยาวประบ่าที่ระใบหน้าออก ผมแทบจะหยุดหายใจ หรืออาจจะหยุดไปแล้วจริงๆก็ได้ เพราะผมต้องตายไปแล้วแน่ๆ ผู้ชายคนนี้หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร ผมสีทองเปียกชุ่มของเขามีหยดน้ำไหลออกมาเนืองๆ จมูกโด่งสวยที่ปลายเชิดเล็กน้อย กับริมฝีปากที่เรียวได้รูป ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูหยิ่งๆแกมไม่แยแสใครเข้าไปอีก ผมหันรีหันขวางเนื่องจากอยู่ใกล้ที่สุด ควินหายไปไหนไม่รู้ ผมเลยส่งเสียงออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ

เอ่อ... ร้านยังไม่เปิดนะครับ 

อือ รู้แล้ว เขาตอบโดยไม่หันหน้ามามองผมเลยแม้แต่น้อย เพราะมันแต่สาละวนจัดการกับตัวเองอยู่ ผมแอบนึกในใจว่าทำไมตัวเขาถึงได้ดูเปียกชุ่มกว่าคนอื่น ไม่ใช่ว่าหกล้ม หรือตกท่อมานะ เพราะเนื้อตัวเขาใช่ว่าเหมือนตากฝนธรรมดาๆ เหมือนอาตัวลงไปแช่ในน้ำมาเสียมากกว่า ผมมองเขาด้วยอารมณ์ที่เริ่มขุ่นเคืองขึ้นมาเล็กน้อย

อ้าว! มาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่เรียกล่ะ ควินซึ่งเดินมาจากหลังร้านร้องทักชายหนุ่มแปลกหน้า

แย่จริง คนรู้จักของควิน ผมเลยอดเห็นหน้าหล่อๆของเขาเวลาโดนควินไล่ออกจากร้านเลย อยากจะรู้นักว่าจะทำสีหน้ายังไง

ตะกี้ เขาตอบสั้นๆ เดินเท้าเปล่าเข้าไปหาควิน ห่อไหล่ด้วยความหนาว หนาวจะตายแล้ว เปียกไปถึงกางเกงในเลย เขาว่า ควินหัวเราะเบาๆ แล้วหายไปหลังร้าน หยิบผ้าขนหนูผืนหนึ่งโยนมาให้

เช็ดไปก่อน เดี๋ยวหาชุดมาให้เปลี่ยน เอาของนายหลบไปด้วย ลูกค้าเค้านั่งทำหน้าเซ็งอยู่นั่นแหนะ ควินตะโกนออกมา ชายหนุ่มคนนั้นหันมามองมาที่ผมเป็นครั้งแรก แล้วก็ทำหน้าประหลาดใจกึ่งๆตกใจ คิ้วสวยของเขาขมวดเข้าหากัน อ้าปากค้าง จนผมเริ่มชักไม่ไว้วางใจว่าเขาเป็นคนปกติหรือเปล่า แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ เขาดูน่ารักมากที่ทำหน้าตาแบบนั้น ผมค่อยๆเลื่อนถ้วยกาแฟออกห่างจากตัว

ถ้าไม่รังเกียจ จิบนี่ก่อนไหมครับ ของผมเอง ยังไม่ได้แตะเลยฉะนั้นหายห่วง ไม่มีเชื้อบ้า ผมชวนอีกทั้งยังพ่นพูดไปได้อย่างอัตโนมัติ ทั้งๆที่เมื่อกี้ยังเคืองนายคนนี้อยู่เลย

ขอบคุณครับ เขาตอบเสียงใส แล้วรีบเดินมานั่งแล้วยกกาแฟขึ้นจิบ ดูใกล้ๆเพิ่งเห็นว่าตาของเขาเป็นสีฟ้าสด เหมือนท้องฟ้าที่ไม่มีเมฆหมอกมาบดบังในกลางฤดูร้อน ดูสวยมากทีเดียว ให้ตายสิผู้ชายคนนี้เขาจะไม่มีที่ติบ้างเลยหรือยังไงกัน ผมมองดวงตาคู่นั้นอยู่นาน จนเริ่มรู้สึกว่าคงจะดูไร้มารยาทเลยแกล้งหันไปชะแง้ดูควิน ซึ่งหายไปนานแล้วแก้เขิน

ชื่อพอล เขาพูดขึ้น

หา อะไรนะครับ 

พอล ชื่อผม เขาพูดแล้วก็ยิ้มกว้าง เขารู้ว่าเมื่อกี้นี้ผมจ้องเขาอยู่ ให้ตายสิ

ฮิวจ์ครับ ผมยื่นมือไปให้เขาจับ มือของเขาเย็นแต่ผมรู้สึกว่าหน้าของผมกำลังร้อนฉ่า เขายิ้มกว้างอีก จนผมอยากจะพูดออกไปว่าจะยิ้มอะไรกันนักหนา แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป อาจเป็นเพราะผมเองก็ชอบรอยยิ้มนั่นไม่แพ้กับส่วนอื่นๆในร่างกายของเขา แต่รอยยิ้มเหมือนจะเป็นสิ่งที่ผมชอบมากที่สุดในตอนนี้ และนั่นเป็นคร