2013/Jun/06

Loki's Play Time
ปี  2009
  อีกครั้งแล้วที่โลกิ ได้แอบมาเยือนแดนมนุษย์อย่างลับๆ สถานที่มนุษย์ผู้โง่เขลาอาศัยกันอยู่มากมาย กลายเป็นที่เริงใจแก่โลกิ โดยเฉพาะเมืองที่เรียกว่าฮอลลีวู้ด
  เดิมทีเขาไม่ได้จงใจว่าจะมาที่นี่ แต่สีสันอันเย้ายวน และชื่อเสียงของมันทำให้โลกิ อยากจะมาให้เห็นสักครั้ง และเขาก็เข้าใจว่าเหตุใดมนุษย์ด้วยกันเองยังเรียกที่นี่ว่าเมืองมายา
  เพราะที่แห่งนี้แหละที่โลกิ เจ้าแห่งการตลบตะแลง ยังคิดว่าเขาเจอคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อ
  โลกิ เปลี่ยนรูปลักษณ์ของเขาให้กลายเป็นเสื้อผ้าของมนุษย์ การมาเยือนหลายครั้งเข้าทำให้เขาเองก็รู้สึกว่าการแต่งกายอย่างมนุษย์ก็เข้าทีอยู่เหมือนกัน สูทเนื้อดี ดีไซน์เยี่ยมจากร้านค้าที่พวกมนุษย์นิยมชมชอบทำให้เขาเข้ากลุ่มได้ง่ายๆ โลกิเสยรวบผมสีดำขลับของเขาไปด้านหลัง และเดินย่างไปบนถนนยามราตรี ที่ยังคงส่องแสงสว่างดุจกลางวัน 
   บาร์...สถานผ่อนคลายของพวกมนุษย์ เป็นที่ ที่โลกิโปรด เพราะมันเต็มไปด้วยการโกหกปลิ้นปล้อนซึ่งผลักดันด้วยแรงขับจากสันดานดิบในการหาคู่ ทั้งชายและหญิง อวดโฉมกันในรูปลักษณ์ที่พวกเขาคิดว่างดงามที่สุด พูดจาด้วยท่าทางที่เย้ายวนที่สุด ด้วยหมายว่าค่ำคืนนี้ จะได้สัมผัสไออุ่นจากฝ่ายตรงข้าม
   โลกิ เดินแทรกซึมไปในหมู่ฝูงชนหน้าแฉล้ม แดนฮอลลีวู้ดเหมือนจะไม่มีที่ว่างสำหรับความอัปลักษณ์ มันยิ่งทำให้เขาชอบใจนัก เพราะได้เดินฆ่าเวลาดูว่าใครกันบ้างที่เป็นของจริง และส่วนใหญ่มีแต่แต่งเสริมเติมด้วยของปลอมมาแล้วทั้งนั้น 
  ...หลอกกันทั้งเพ

โลกิ ยิ้มอย่างอารมณ์ดี หากใครได้มาเห็นใบหน้าของเขาในตอนนี้คงต้องเห็นพ้องกันว่า รอยยิ้มของโลกิ ช่างดูเจ้าเล่ห์เหลือร้ายที่สุด

งานสังสรรค์ เป็นสิ่งที่เหมือนกับลมหายใจของฮอลลีวู้ด และโลกิก็ชอบมัน โดยเฉพาะงานสังสรรค์พบปะของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “คนในวงการ” เพราะที่นี่โลกิมักจะพบกับการโกหกคำโต ตอแหลหน้าตาย และการนินทาลับหลังที่เปี่ยมไปด้วยสีสัน 
  โลกิตัดสินใจแฝงเข้าไปบาร์ซึ่งกำลังจัดงานเลี้ยง เขาแอบฟังมาได้ว่าเป็นงานที่ผู้ที่ทำหน้าที่จัดหานักแสดงจากค่ายเจ้าใหญ่ยักษ์จัดขึ้น แต่ครั้งนี้ยังไม่ทันที่โลกิจะคิดแผนเล่นสนุกอะไรกับพวกมนุษย์อย่างที่เคยมา เสียงอึกกะทึกของการทะเลาะวิวาท ก็ดังขึ้นจากด้านนอกของบาร์แห่งนั้น 
  เยี่ยม! ดูท่าว่าวันนี้อาหารจานเด็ดจะเสิร์ฟเร็ว โลกิรีบไปยังที่เกิดเหตุโดยเร็ว มีเหรอเจ้าแห่งความอลม่านอย่างโลกิจะไม่ขอมีส่วนร่วม  
  แต่ภาพที่เขาเห็นทำให้เขาถึงกับต้องชะงักไป
  ไม่ใช่ว่าเหมือนเสียทีเดียว...แต่มีบางสิ่งที่คล้ายคลึงกันเสียเหลือเกิน...
  ชายร่างสูงใหญ่ ร่างกายกำยำ ผมสีบลอนด์ทอง กำลังแสดงอาการเกรี้ยวกราดเหลือประมาณ และข้างๆ นั้น มีเด็กหนุ่มร่างสูง ที่ดูหน้าตาแล้วน่าจะมีสายเลือดเดียวกัน อาจจะเป็นน้องชายเพราะดูแล้วอ่อนวัยกว่า กำลังต่อล้อต่อเถียงกับคู่กรณีท่าทางเอาเรื่องอยู่ 
  ไม่ทันไร เด็กหนุ่มเป็นฝ่ายถูกชกเข้าที่ศีรษะ โลกิรู้ทันทีว่าอะไรจะเกิดขึ้น 
  เอาแล้วไง! โลกิยิ้มกริ่ม 
  ชายร่างใหญ่ตรงปรี่เข้าไปอัดคู่กรณีอย่างแรง ส่วนน้องชายก็ตามเข้าไปผสมโรง สองรุมหนึ่งอีกฝ่ายจะสู้ได้อย่างไร 
เหมือน....
  ท่าทางมุทะลุดุดัน  ยามเห็นผู้อื่นถูกทำร้าย
เหมือนมาก........
  ตรงปรี่เข้าไปอย่างเลือดขึ้นหน้าจนโง่เขลาและบ้าคลั่ง พร้อมที่จะต่อกรกับศัตรูได้ทุกเวลา
  ธอร์........
  โลกิเห็นภาพตรงหน้านี้ซ้อนทับกับหลายๆ ศึกที่ธอร์กับเขาร่วมกันมา มากครั้งที่เหตุเริ่มต้นมาจากเขาเอง โดยที่ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นคนผิด เขายั่วยุให้ฝ่ายตรงข้ามโกรธขึ้งจนลงไม้ลงมือได้อย่างง่ายๆ และสุดท้ายเขาก็กลายเป็นคนที่ลอยนวล เนื่องจากธอร์ผู้ความอดทนต่ำมักจะจัดการกับคู่กรณีได้อย่างราบคาบจนกลายเป็นแพะรับบาปเสมอ
  โลกิ ข่มใจ พยายามเลิกคิดถึงธอร์ เหตุที่เขามายังมนุษย์โลกก็เพื่อที่จะได้เลิกคิดเรื่องของธอร์บ้างมิใช่หรือ เหตุใดเขาถึงกลับต้องมาวุ่นวายใจเช่นนี้อีก
  แสงแฟลชวาบขึ้น ราวกับสายฟ้าแล่บ พร้อมกับมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์กรูเข้าไปยุติเหตุทะเลาะ โลกิกลับมาสนใจยังเหตุตรงหน้าต่อ
  ทั้งสองฝ่ายยังคงด่าทอกันไม่เลิก แต่สุดท้ายก็แยกย้ายกันไปคนละทาง สองพี่น้องโดนกลุ่มคนจำนวนหนึ่งไล่ถ่ายรูป ส่วนบุคคลคู่กรณีนิรนามก็ถูกแยกหายไปกับฝูงชน  โลกิรีบสาวเท้าตามคู่พี่น้องไป คงไม่ใช่คนธรรมดา หากได้รับความสนใจขนาดนี้ 
  เมื่อถึงที่จุดสงบ ห่างจากสายตาผู้คนและกลุ่มคนพร้อมกล้องถ่ายรูป  ชายหนุ่มร่างสูงก็ดึงตัวผู้ที่เป็นน้องชายเข้ามาใกล้ๆ 
  “ เป็นอะไรหรือเปล่า...เลียม”
  “ ไม่อ่ะ...พี่อะเจ็บหรือเปล่า”
  ผู้เป็นพี่ชายส่ายหน้า แล้วเอื้อมมือไปลูบหัวน้องชายเบาๆ ตรงบริเวณที่โดนชก จนเด็กหนุ่มต้องเบ้หน้า 
   “ เฮ้ย อย่าจับเดะ” 
  “ ไหนบอกว่าไม่เป็นไรไง”  คริสหัวเราะน้อยๆ แต่แววตาแฝงด้วยความกังวล 
 
  ไม่เหมือน.......
  ไม่คล้าย..........
  ธอร์......ไม่.....
  “คริส...เลียม งามหน้านักนะ!”  เสียงของสตรีผู้หนึ่งที่ดูเหมือนจะมีอำนาจต่อชายทั้งสองดังแหววขึ้น
  “ ฉันพาพวกเธอมาออกงานเพื่อโชว์ตัวให้พวกโปรดิวเซอร์ได้เห็น ไม่ได้มาโชว์ปาหี่ เปิดสังเวียนมวยให้ไอ้พวกปาปารัซซี่เอาไปลงข่าวฟรีๆ ให้ตายเหอะพวกออสซี่เลือดร้อน อยากจะอยู่ที่นี่ก็หัดสำรวมซะบ้าง นี่ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนเหมือนบ้านของพวกเธอ โดยเฉพาะเธอ เลียม! รู้ไหมว่าฉันปั้นข่าวไมลีย์กับเธอไปตั้งเท่าไร เธอควรเอาเวลาโทรหายัยหน้าเงือกนั่นบ้างนะ แทนที่จะมาวางมวยต่อยชาวบ้านแบบนี้” 
  เลียมทำท่าจะต่อร้องต่อเถียง แต่คริสก็ส่งสายตาปรามไว้ 
  “ คริส เธอก็เหมือนกัน กว่าฉันจะนัดพวกฝ่ายคัดตัวนักแสดงจากค่ายใหญ่ๆ เพื่อมาดูตัวเธอ ยากแค่ไหนเธอรู้ไหม หลังจากนี้ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้งานดีๆ” 
  “ ครับ ผมขอโทษ...” คริสพูดยังไม่ทันจบก็โดนขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
  “ เก็บคำขอโทษเธอเอาไว้กับตัวเองเถอะ รีบกลับห้องพักของเธอไปซะก่อนที่จะโดนถ่ายรูปอีก ฉันจะลองดูอีกทีละกันว่ายังจะพอกลบเกลื่อนแก้ตัวอะไรให้พวกเธอได้บ้าง” 
  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ผู้หญิงนางนั้นรีบรับแล้วกรอกเสียงอ่อนเสียงหวานลงไป พร้อมส่งสายตาว่าไม่อยากเสวนาใดๆ กับสองพี่น้องอีก 
  เลียมทำท่าหมั่นไส้สุดฤทธิ์ แต่ก็โดนคริสลากตัวกลับไปยังรถของพวกเขาจนได้ เลียมกระชากเปิดประตูรถและปิดโดยแรง....
  พวกเขาไม่รู้เลยว่า โลกิ ได้แอบตามมาด้วย
 
 
****************************
  ในห้องพักของโรงแรมไม่ไกลจากนั้น โลกินั่งฟังสองพี่น้องปรับทุกข์กันอย่างน่าเหนื่อยหน่าย ทีแรกเขาคิดว่าจะเลิกตามพี่น้องคู่นี้แล้ว เพราะต่างก็เหมือนกับผู้ที่เรียกตัวว่า “นักแสดง” ทั่วไปที่เดินชนกันขวักไขว่บนถนนในเมืองนี้ 
  เลียม ผู้น้อง ดูเป็นเด็กห้าว แต่ที่จริงแล้วก็แค่วัยรุ่นธรรมดา ที่สนใจแต่เรื่องไร้สาระอย่างการจีบหญิง เลียมตีโพยตีพายใส่คริสอยู่พักใหญ่ ทั้งสบถทั้งก่นด่าพาดพิงผู้หญิงที่เพิ่งแยกจากพวกเขาไปอย่างสาดเสียเทเสีย 
  คริส ผู้ที่เขาเผลอคิดว่าแอบมีส่วนคล้ายธอร์อยู่นิดหน่อย ก็ได้แต่นั่งฟัง แล้วก็ตอบน้องชายไปแกนๆ เพราะตัวเองก็ยังคิดไม่ตกเหมือนกันว่าจะทำอย่างไรกับชีวิต 
  ไม่เหมือนธอร์เลยสักนิด ธอร์ไม่มีวันขอโทษใคร แล้วมานั่งเสียใจแบบนี้ 
  เสียงโทรศัพท์มือถือของเลียมดังขึ้น หน้าจอมือถือเขียนชื่อเอาไว้ว่า ไมลี่ ไมโลอะไรซักอย่างที่เจ้าตัวเห็นแล้วอมยิ้ม จนแยกตัวไปยืนคุย ปล่อยให้คริสมองตามอยู่เงียบๆ แต่แสดงถึงอาการขัดใจ
  สายตาของคริส ไม่ใช่อาการเหนื่อยหน่าย 
  แต่เป็นอาการกังวลในบางสิ่งบางอย่าง
  สายตาที่ไม่ใช่แค่พี่ชายห่วงในน้องชาย
  สายตาที่คล้ายกับเวลาที่เขามองธอร์ เวลาที่ธอร์ไม่คิดแม้แต่จะปรายตามาทางเขา
  ธอร์ ที่สนใจแต่การรบราฆ่าฟัน ทำตัวกร่างไปทั่ว จนไม่รู้สึกตัวว่ามีใครอยู่ข้างๆ 
  สายตาเหมือนกับเวลาที่เขา.......อยากให้ธอร์หันกลับมามองเขาแค่คนเดียว
 
  น่าสนใจ.........โลกิยิ้ม....และคิดว่าในที่สุดคืนนี้ก็ไม่เสียเวลาเปล่า....
  คริส แยกตัวจากน้อง ออกมานั่งที่บาร์ของโรงแรม เงียบๆ โลกิเฝ้ามองชายหนุ่มสั่งเหล้ามากินแก้กลุ้ม แล้วก็อดถอนหายใจไม่ได้........จะที่ไหนก็เหมือนกันแอสการ์ดหรือฮอลลีวู้ด น้ำเมาเป็นตัวช่วยชั้นต่ำที่ใช้ลืมปัญหาเสมอ
  โลกิลอบมองใบหน้าของคริสเพื่อรอคอยจังหวะเวลา โครงหน้าคมสัน แลดูแข็งแกร่ง แดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ มองในมุมนี้คริสมีส่วนคล้ายธอร์อยู่บ้าง 
  “ เอาอีก!” ชายหนุ่มกระแทกแก้วลงกับบาร์อย่างแรง
  แวบหนึ่ง โลกิเองก็ต้องยอมรับว่าเห็นภาพธอร์ซ้อนทับกับคริส
  ถึงเวลาแล้วสินะ.... 
  โลกิ เดินไปนั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ ชายหนุ่มเหลือบตามอง แต่ก็ไม่สนใจอะไร 
  “...เทรซี่ บอกไว้ไม่มีผิดว่าจะพบคุณที่นี่” โลกิเอ่ยขึ้น 
  “อ่ะ...ครับ ว่าไงนะ” คริสรีบเลื่อนแก้วไปด้านข้าง ให้ความสนใจกับโลกิขึ้นมาทันที 
  “ ผมเครเมอร์ จาก UTA ครับ” โลกิ ควักเอาการ์ดใบเล็กๆ ที่พวกมนุษย์เรียกว่านามบัตร เลื่อนให้กับคริส สำหรับโลกิแล้วมันก็แค่เศษกระดาษ ที่เขาแอบจิ๊กมาจากใครซักคนตอนแอบเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งก่อนๆ แต่นั่นมันทำให้คริสดูเหมือนจะตื่นเต้นจนแทบจะสร่างเมาขึ้นมาทันที 
  อุ๊บส์ อย่าเพิ่งสิ...นายคนนี้เดาง่ายชะมัดเลย โลกิคิด
  “ ผมรู้เรื่องคุณกับน้องชายแล้ว คืนนี้พวกคุณโชว์บทบู๊ไปไม่ใช่น้อยเลยนะ” 
  “ อ่อ เอ่อ... คือ  ” คริส เหมือนจะตีบตันคำพูด ทำให้โลกิแอบยิ้มในใจนิดหน่อย เขาเป็นพวกแก้ตัวไม่เก่งเหมือนกับธอร์ ผิดเสียแต่ว่าถ้าเป็นธอร์ เรียกได้ว่าเป็นพวกไม่มีอะไรจะแก้ตัว หนำซ้ำคงป่าวประกาศไปทั่วเสียกระมังว่าคืนนี้ล้มใครมาได้ 
     “ เฮ้อ....เทรซี่ เหมือนจะตั้งใจทุ่มกับน้องคุณไปเยอะเหมือนกันนะ ทำไงได้ล่ะ ก็ยัยเด็กนั่นขอมานี่เนอะ” โลกิ รุกต่อ 
  “ ยัยกระหรี่เด็ก!”  คริสสบถ
  ปากร้ายเหมือนกัน แต่ธอร์เป็นพวกสุภาพกับสตรี คำพรุสวาส พรรค์นี้คงไม่ออกจากปากเป็นแน่ โลกิเบ้หน้า แต่เขาก็แอบชอบใจเล็กๆ 
  “ คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ถ้าหลังจากนี้เราจะวางแผนโปรโมทน้องชายคุณกับไม...ลี่ย์” โลกิ เกือบหลุดไปแล้วเหมือนกัน เพราะชื่อมนุษย์ประหลาดๆ ชื่อนี้ยังไม่ค่อยคุ้นปากเขาเท่าไรนัก 
  “ เอ่อ...ก็....แล้วแต่...เลียมมันก็เหมือนจะโอเคแล้วนี่ครับ” คริสตอบ พลางพยักหน้าให้บาร์เทนเดอร์เติมเหล้าในแก้ว 
  “ ผมไม่ได้ถามถึงน้องชายคุณนะ...” 
  คริส หันมามองโลกิอย่างไม่เข้าใจ เขาทำท่าว่าจะพูดอะไรออกมาบางอย่าง แต่ก็ยับยั้งชั่งใจเอาไว้
  “ ถ้าเพื่ออนาคต ก็คงเป็นสิ่งที่ต้องจ่าย...” โลกิ พูดพลาง เอื้อมมือไปขอขวดเหล้าจากบาร์เทนเดอร์ที่กำลังจะเติมเหล้าให้คริส มาเติมให้ด้วยตัวเอง
  “ ที่นี่...เขาดังกันด้วยแบบนี้จริงไหม” โลกิหันไปยิ้มให้กับคริส ที่คว้าแก้วเหล้ามาดื่มรวดเดียวหมด หน้าของชายหนุ่มแดงก่ำ ตัวเริ่มนั่งไม่ตรงเสียแล้ว 
  “ เอาเถอะ ผมไม่ได้มาที่นี่ เรื่องน้องของคุณ...แต่เป็นเรื่องคุณ เทรซี่ขอให้ผมมาดูตัวคุณหน่อย เผื่อบางทีผมอาจจะหาบทในหนังบางเรื่องให้กับคุณได้...แต่ดูท่าว่าคุณ...จะไม่ไหวแล้วซะละมั้ง” โลกิ ลูบมือของคริสเบาๆ แล้วทำท่าจะลุกไป
  “ เดี๋ยวก่อน...”  คริส รีบคว้าข้อมือของโลกิไว้
  ติดกับ........  มนุษย์นี่ช่างโง่เขลาเสียจริง โลกิยิ้ม
 
 
 
                                                   **********************************
 
 
  ในห้องว่างห้องหนึ่ง ที่โลกิอ้างว่าเขาเปิดเอาไว้ แค่มาฮอลลีวู้ดไม่นานก็พอจะรู้ธรรมเนียมของที่นี่มาอยู่บ้าง นักแสดงมักไม่ปฏิเสธโอกาสที่ผ่านเข้ามา แม้ว่าพวกเขารู้ดีกว่าจะต้องจ่ายด้วยอะไร โลกิพาคริสที่เมาได้ที่เข้ามาหลังจากที่ดื่มและคุยกันต่ออีกไม่นาน โลกิคิดว่าผู้ชายคนนี้ไม่น่าจะมาเป็นนักแสดงเสียด้วยซ้ำ เพราะทุกครั้งที่โลกิกล่าวพาดพิงอะไรถึงเลียม คริสแทบจะเก็บอาการไว้ไม่ได้เสียทีเดียว
  “ คุณรู้ใช่ไหม ว่าเราไม่ใช่มานั่งคุยกันหรอกนะ” โลกิว่า 
  “ อืม” คริส ตอบ ชายหนุ่มร่างสูงยืนเซนิดๆ และพยายามครองสติตัวเองอย่างน่าสมเพช
  “ คุณอยากให้ผมเอาคุณ!” คริส พูดเสียงดัง พร้อมกับหัวเราะลั่น
  โลกิ ถอนหายใจอย่างเบื่อๆ ....
  “ แล้วทำได้ไหมล่ะ...”
  “ มาดิ”  
  โลกิเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย ........เล่นกับไอ้มนุษย์นี่อีกซักหน่อยเป็นไร แม้ในใจอยากจะเข้าไปตบหน้ามนุษย์จองหองผู้นี้ซักฉาด
  แต่ที่โลกิคิดไม่ถึงก็คือ คริสจิกผมของเขาอย่างแรง และกระชากดึงหน้าเข้ามาจูบแบบบดขยี้อย่างที่ไม่ทันได้ตั้งตัว และผลักโลกิ จนเสียหลักลงไปนั่งกับพื้น
  “ ไอ้เกย์ทุเรศ!”  คริสปาดริมฝีปากอย่างรังเกียจ  และทำหันหลังกลับจะเปิดประตูออกไป
  ชิ!.......ประมาทเกินไป
  “งั้นแบบนี้ล่ะ” 
   โลกิแปลงร่างเป็นเลียม และย้ายร่างไปดันประตูไว้ คริสตกตะลึงกับภาพตรงหน้าจนผงะ ตาสีฟ้าของเขาจ้องมองโลกิตั้งแต่หัวจรดเท้า ทุกอย่างคือเลียมอย่างไม่มีผิดเพี้ยน 
  โลกิโน้มคอคริสเข้ามาใกล้ๆ ช้าๆ และกระซิบข้างหูด้วยเสียงที่แผ่วเบา 
“ถ้าเป็นผม ...ได้ไหม...พี่ชาย” 
  คริสยืนนิ่งไม่ไหวติง สายตาของเขายังส่อแววตกใจและไม่เชื่อ แต่ทุกสิ่งตรงหน้าบอกกับเขาว่านี่คือเลียม ทั้งรูปร่าง หน้าตา น้ำเสียง เพียงแต่ว่าดูเย้ายวนใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน 
  เลียม...น้องชายของเขา ผู้ที่เขาได้แต่เฝ้ามองและเก็บกักความรู้สึกเอาไว้ในใจส่วนลึกที่สุด
  โลกิ ใช้จังหวะเผลอจู่โจมเอาคืนด้วยการจิกหลังคอของคริสโน้มใบหน้าเข้ามาบดเบียดริมฝีปาก หากแต่ว่าคราวนี้สัมผัสตอบรับต่างออกไป มันเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย จนแทบจะกลืนกิน 
   โถ...มนุษย์.....ไม่ยากเท่าไรเลยนี่นะ โลกิยิ้มเยาะในใจ
  คริสกับโลกิเบียดบดริมฝีปากอยู่นาน เมื่อเขาถอนริมฝีปากออก เขาก็จ้องมองสำรวจโลกิอีกครั้งอย่างชั่งใจ แต่เขาก็ตกอยู่ในห้วงมนต์มายาของโลกิเสียแล้ว คริสเลิกละล้าละลัง และลูบไล้โลกิมากขึ้น พร้อมกับดึงตัวเข้ามาแนบชิดอย่างรักใคร่ และบดเบียดริมฝีปากไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง จนโลกิเองก็แทบจะหายใจไม่ทัน
  ระยะทางจากหน้าห้องถึงเตียง ดูเหมือนกับว่าไกลโพ้น เหมือนโลกกับแอสการ์ด....
เสื้อผ้าของโลกิแทบจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ  ทั้งสองร่างทาบทับสอดประสานกันอยู่บนพื้นพรมนุ่มของโรงแรม  
  โลกิ ปล่อยให้คริสเสพสุขกับร่างกายของเขาในร่างของเลียมได้อย่างเต็มที่ คริสดุดัน และเร่าร้อนอย่างที่เขาคิดไว้ เขามีหน้าที่สนองตอบทุกจังหวะที่ร่างกายของคริสแทรกผ่านเข้ามา 
  เป็นอีกค่ำคืนหนึ่งที่ไฟราคะ..ได้รับการตอบสนองก็เท่านั้นเอง
   โลกิ กระหยิ่มยิ้มย่องในชัยชนะ ได้เพียงไม่นาน เพราะแต่แล้วจู่ๆ คริส ก็โน้ม